CLASS CAFÉ ร้านกาแฟชื่อดังเดินหน้าปี 2021 ด้วยแพลตฟอร์มจับใจลูกค้า ผนึกกําลัง ทรู 5G และ ทรู ดิจิทัล เปิดตัว ตู้จําหน่ายสินค้าอัจฉริยะ AI CLASS GO

News : 22 ม.ค. 2021

CLASS CAFÉ ร้านกาแฟชื่อดังเดินหน้าปี 2021 ด้วยแพลตฟอร์มจับใจลูกค้า ผนึกกําลัง ทรู 5G และ ทรู ดิจิทัล เปิดตัว ตู้จําหน่ายสินค้าอัจฉริยะ AI CLASS GO ครั้งแรกในไทย ติดกล้อง AI ส่งต่อข้อมูลประมวลผลอัจฉริยะ เสริมการตลาดรูปแบบยุคดิจิทัล



CLASS CAFÉ ร้านกาแฟสัญชาติไทยที่กําลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษาและสตาร์ทอัพ เพราะมุ่งเน้นความเป็น Co–Working Space อัจฉริยะที่เป็นพื้นที่  ที่ดูแลคนรุ่นใหม่ให้ทํางานอย่างสะดวกสบายและมีความสุขกับบริการที่สอดรับกับความต้องการอย่างเข้าใจใส่ใจรู้ใจเพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้บรรลุถึงความฝันของตัวเอง 

ต้นปี 2021 นี้ CLASS CAFÉ ออกสตาร์ทด้วยการเปิดตัว CLASS GO PLATFORM กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างใส่ใจและรู้ใจลูกค้าที่เกิดจากการก้าวทัน Lifestyle ที่เปลี่ยนตลอดเวลาของคนรุ่นใหม่   โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีลํ้าสมัยทางด้านการเรียนรู้ Data เช่น AI เรียนรู้เพื่อการทําการตลาดรูปแบบ AI Marketing อย่างเข้าใจและรู้ใจ เพื่อตามใจลูกค้าในทุกความต้องการ เกิดความสะดวกสบาย ทันใจ และก้าวทัน Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ โดยการจับมือกับยักษ์ใหญ่ผู้นําทางด้าน Retail Technology ต่างๆ เช่น Microsoft, SCB เป็นต้น ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ทําให้ CLASS CAFÉ เป็นทั้ง Co –Working Space ที่เป็น Co –Living และ Learning and working space ยืนหนึ่งในใจลูกค้ามาตลอดและยังส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพการบริการอย่างไม่หยุดนิ่ง ล่าสุด ผนึกกําลังกับผู้นําการสื่อสารโทรคมนาคมและบริการดิจิทัลครบวงจร อย่าง ทรู ดิจิทัล และ ทรู 5G เปิดตัวตู้จําหน่ายสินค้าอัจฉริยะ “ตู้ AI CLASS GO” Smart vending Machine  ครั้งแรกในไทย โดยตู้จําหน่ายสินค้าอัจฉริยะ AI CLASS GO จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคใหม่ในสังคมไร้เงินสด  ซึ่งเหมาะสําหรับยุคนี้ ที่ต้องเผชิญการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 เพียงลูกค้าหยิบสินค้าออกจากตู้ AI CLASS GO ระบบจะหักเงินค่าสินค้าอัตโนมัติ ผ่านทรูมันนี่  วอลเล็ทหรือ แอปพลิเคชัน CLASS CAFÉ ที่รองรับบัตรเครดิต, QR Promptpay ช่วยลดการสัมผัสเงินสด ลดความเสี่ยงติดเชื้อ CLASS CAFÉ เชื่อมั่นช่วยดันยอดขายสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มบรรจุขวดให้สูงขึ้นหลังจากประสบความสําเร็จในการพัฒนาและจําหน่ายสินค้าเครื่องดื่มบรรจุขวดในช่วงวิกฤตโควิด-19 ระลอกแรกเมื่อปี 2563   ที่ผ่านมา


นายมารุต  ชุ่มขุนทด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท คลาสคอฟฟี่ จํากัด และเจ้าของร้านกาแฟ CLASS CAFÉ  เผยว่า “สําหรับแนวคิดที่มาของตู้จําหน่ายสินค้า AI CLASS GO เกิดจากในช่วงเวลาวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ที่ผ่านมา ทําให้บริษัทเปลี่ยนแนวคิดจากแต่ก่อนคิดว่าจะต้องมีหลายสาขาถึงจะดี แต่พอเจอวิกฤตโควิด ตอนนี้เราเปลี่ยนมุมมองวิธีคิดใหม่ คือมีสาขาไม่ต้องเยอะ แต่เพิ่มช่องทางการจําหน่ายด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลให้เยอะขึ้นแบบนี้ถึงจะดีกว่า การจําหน่ายสินค้าจากตู้ AI CLASS GO เป็นก้าวสําคัญในการนํา นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในการลดการสัมผัสและลดการถือเงินสดในมือ ซึ่งการออกตู้จําหน่ายสินค้า AI CLASS GO ครั้งนี้ เราได้พันธมิตรที่ดีอย่าง ทรู ดิจิทัล ผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มและโซลูชันส์ และเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ ทรู 5G


นายเอกราช ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจดิจิทัลโซลูชัน บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด   กล่าวว่า ทรู ดิจิทัล โซลูชันส์ นำศักยภาพบริการดิจิทัลครบวงจรของกลุ่มทรู พร้อมความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยเสริมประสิทธิภาพแพลตฟอร์ม CLASS GO โดยนวัตกรรมตู้ AI CLASS GO จากทรู ดิจิทัล  จะเสริมศักยภาพธุรกิจค้าปลีก สร้างประสบการณ์ในการซื้อสินค้าแบบ Grab-and-Go ที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องใช้เงินสด นอกจากนี้ ยังมีกล้อง AI  ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ ทรู 5G  เชื่อมโยงระบบบริหารจัดการสินค้า ช่วยให้สามารถตรวจสอบยอดขายสินค้าในตู้ AI CLASS GO ที่ตั้งอยู่ในหลากหลายสถานที่ได้พร้อมกันแบบเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ด  ดูข้อมูลได้ทั้งบนสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ พร้อมมีระบบแจ้งเตือนเมื่อสินค้าในตู้ใกล้หมด  ตลอดจนมีการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบรายงาน พร้อมการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ CLASS CAFÉ สามารถเรียนรู้ความต้องการและพฤติกรรมลูกค้าผ่าน AI และวางแผนการตลาดแนวใหม่ในรูปแบบ AI Marketing อย่างเข้าใจ รู้ใจ และได้ใจลูกค้ายิ่งขึ้น เช่น การเสนอโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้แบบเฉพาะเจาะจงผ่านจอ LED ที่ตู้ได้อย่างแม่นยำ ช่วยเพิ่มโอกาสและยอดขายได้มากขึ้น มั่นใจว่า ตู้ AI CLASS GO จะมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ลูกค้าของ CLASS CAFÉ


นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์  หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น  กล่าวว่า “กลุ่มทรู มุ่งพัฒนาเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G ให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์อัจฉริยะ พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการนำเทคโนโลยี 5G มาสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าและบริการที่แตกต่างและใช้งานได้จริง โดย ทรู 5G นำความพร้อมของเครือข่ายที่ครบกว่า แรงกว่า ครอบคลุม 77จังหวัดทั่วไทย เชื่อมต่อใช้งานตู้ AI CLASS GO สร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า CLASS CAFÉ ในการซื้อสินค้าแบบวิถีใหม่ผ่านตู้จำหน่ายสินค้าแบบอัตโนมัติ และส่งเสริมสังคมไร้เงินสด  พร้อมกันนี้ ยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นของเทคโนโลยี 5G ที่ให้ความเร็วสูง รองรับการเชื่อมต่อกับตู้ AI CLASS GO ได้จำนวนมากในเวลาเดียวกัน  เพื่อเชื่อมโยงส่งข้อมูลเข้าสู่แพลตฟอร์ม CLASS GO แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา ลดภาระในการตรวจสอบสินค้าในตู้ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ สะท้อนความเป็นผู้นำของทรู 5G ที่สามารถส่งมอบบริการ 5G ที่สร้างประโยชน์ในหลากหลายมิติ ทั้งในภาคธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล และยกระดับการใช้ชีวิตวิถีใหม่ของคนไทยและสังคมไทยที่กำลังเข้าสู่วิถียุคใหม่ (Next Normal)  


นายมารุต กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในช่วงเริ่มต้น เราจะติดตั้งตู้ AI CLASS GO ในจุดที่มีสาขาของร้าน CLASS CAFÉ ทั้งหมด เริ่มจาก CLASS CAFÉ Siam Innovation District สยามสแควร์วัน จากนั้นจึงขยายการติดตั้งไปสู่มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และตัวแทนจําหน่ายสินค้าของ CLASS CAFÉ ตั้งเป้าขยายการติดตั้งตู้ให้ครบ 100 ตู้ภายในปี 2564 โดยในปีที่ผ่านมา เรามีรายได้จากช่องทางดิจิทัล 50 เปอร์เซ็นต์และหน้าร้าน 50 เปอร์เซ็นต์ เรามั่นใจว่า การขายสินค้าผ่านตู้ AI CLASS GO จะทําให้ปีนี้ยอดขายเรายังโตได้อีก เพราะตลาดกาแฟและเครื่องดื่มยังใหญ่มาก และทางเราก็มีความพร้อมเราพยายามมองหา Trend Point เพื่อเข้าถึงลูกค้าในวงกว้างอยู่ตลอดเวลากระบวนการทํางานสําคัญอย่าง CLASS GO PLATFORM  ก็ทําให้เราปรับตัววางแผนธุรกิจได้อย่างตรงใจลูกค้าและ ที่สําคัญ เรายังได้รวมพลังความร่วมมือร่วมใจจากพนักงานคนรุ่นใหม่ที่พร้อมใจกันผลักดันองค์กรให้ก้าวผ่านวิกฤตต่างๆไปด้วยกัน”

RELATED ARTICLES

เตรียมมันส์ขั้นสุดกับ “True 5G Cloud Gaming” เร็วกว่า แรงกว่า สะใจเกมเมอร์
สะเทือนวงการเกม สร้างปรากฏการณ์ใหม่สะใจเกมเมอร์ไทย...ทรู 5G ย้ำภาพผู้นำเครือข่ายอัจฉริยะ ผนึกพันธมิตรผู้ให้บริการเทคโนโลยีคลาวด์ระดับโลก Bifrost Cloud จากประเทศจีน เปิดตัว “True 5G Cloud Gaming” มิติใหม่ของการเล่นเกมพีซี และคอนโซล บนสมาร์ทโฟน ผ่านการสตรีมมิ่งจากเทคโนโลยีคลาวด์ เร็วกว่า สนุกกว่า มันส์กว่า และเหนือชั้นกว่า ด้วยทัพเกมดังระดับ AAA กว่า 300 เกม อาทิ Overwatch, FallGuy, PUBG, League of Legend และ Tekken 7 ที่เปิดให้คอเกมเล่นเป็นครั้งแรก ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะ True 5G บนแอปพลิเคชัน Netboom ลับมือให้พร้อม 7 มิถุนายนนี้ เจอกัน มันส์ชัวร์ !!! นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หัวหน้าคณะทำงานและกรรมการยุทธศาสตร์ 5G บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า "ด้วยศักยภาพของเครือข่ายอัจฉริยะ ทรู 5G ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลได้อย่างตรงใจ โดยเฉพาะวงการเกม ที่ปัจจุบันกำลังอยู่ในเทรนด์ทั่วโลก ผนวกกับนวัตกรรมเทคโนโลยี ที่ช่วยต่อยอดให้พัฒนาไปสู่รูปแบบ คลาวด์เกมมิ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างสูงในหมู่เกมเมอร์ ล่าสุด ทรู 5G มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ Bifrost Cloud ผู้ให้บริการเทคโนโลยีคลาวด์ชั้นนำระดับโลกจากประเทศจีน ให้ความไว้วางใจ ร่วมเป็นพันธมิตรกับทรู ด้วยเล็งเห็นและเชื่อมั่นในศักยภาพของเครือข่ายอัจฉริยะ ทรู 5G ทั้งในเรื่องสัญญาณที่มีความครอบคลุม กว่า 77 จังหวัด ครบทุกย่านความถี่ เร็วกว่า แรงกว่า จึงได้ร่วมเปิดบริการ “True 5G Cloud Gaming” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เอาใจเหล่าเกมเมอร์ ให้เล่นเกมพีซีและเกมคอนโซลบนสมาร์ทโฟน จากเทคโนโลยีคลาวด์ ผ่านแอปพลิเคชัน Netboom ซึ่งนำ 300 เกมดังระดับ AAA อาทิ Overwatch, FallGuy, PUBG, League of Legend และ Tekken 7 มาเติมเต็มความสนุกสุดมัน เล่นได้ลื่นไหล่ไม่มีสะดุดผ่านเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G ให้คอเกม เล่นได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องดาวน์โหลดเกมลงเครื่อง ลดปัญหาการสิ้นเปลืองดาต้า และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอีกด้วย” มร.นิ ไฮเช้ง Founder & CEO of Bifrost Cloud Pte.Ltd. กล่าวว่า "Bifrost Cloud ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับกลุ่มทรู ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี 5G ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการเปิดให้บริการคลาวด์เกมแก่ผู้เล่นในประเทศไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จแอปพลิเคชัน Netboom ที่ขณะนี้ มีผู้ใช้บริการในเมืองไทยมากกว่า 6 ล้านคน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า "คลาวด์เกม" จะมาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเกม โดยช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ใช้บริการ สามารถเล่นเกมที่มีคุณภาพสูงได้ผ่านระบบคลาวด์ เพียงแค่ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ซึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการเล่นคลาวด์เกมให้ไหลลื่น ไม่สะดุด ต้องอาศัยความเร็วและแรงของอินเทอร์เน็ต ไม่ให้เกิดอาการหน่วงในขณะเล่นเกม ด้วยศักยภาพของเทคโนโลยี 5G จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการสร้างประสบการณ์การเล่นคลาวด์เกมที่น่าประทับใจ โดยเชื่อมั่นว่า ทรู 5G จะมาช่วยเติมเต็มการใช้งานแอป Netboom ของ Bifrost Could ทำให้คอเกมชาวไทย ได้เล่นเกมอย่างสนุกสนาน เพลิดเพลิน เต็มประสิทธิภาพทัดเทียมเกมเมอร์ทั่วโลกได้อย่างแน่นอน" ทั้งนี้ ทรู 5G ได้จัดเตรียมแพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้า True 5G เร็วๆ นี้ และเตรียมสนุกพร้อมกัน โดยดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Netboom ได้ที่ App Store และ Play Store ตั้งแต่ 7 มิถุนายน 2564 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://truemoveh.truecorp.co.th/